จุดเด่นของเซสปรี

ระบบของเซสปรี®

เซสปรี®มีระบบบริหารจัดการที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทำให้มั่นใจได้ว่าผลกีวีทั้งหมดของเซสปรีผ่านการเพาะปลูกด้วยเทคนิคการบริหารจัดการสวนผลไม้ที่ดีที่สุด ในขณะที่ยังคงใส่ใจกับการพัฒนารักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนด้วย

Zespri System

Zespri-System2

Innovation2

ระบบของเซสปรีในที่นี้ครอบคลุมคุณภาพในทุกกระบวนการผลิต ตั้งแต่ระบบการเพาะปลูก การบรรจุหีบห่อ การจัดเก็บและการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน ทำให้เป็นที่มั่นใจในเวทีตลาดโลกได้ว่าผลเซสปรี®กีวีทั้งหมดส่งถึงมือผู้บริโภคในสภาพที่สมบูรณ์แบบเสมอ

ผู้เพาะปลูกและผู้จัดจำหน่ายทุกคนของเซสปรียึดมั่นในระบบของเซสปรีที่สร้างขึ้นตามหลักการดังต่อไปนี้:

  • เข้าใจและสื่อสารตัวอย่างการปฏิบัติการที่ดีที่สุด
  • ใช้กระบวนการที่ดีที่สุดตลอดหว่งโซ่แห่งคุณค่า (value chain)
  • มีกระบวนการจัดเก็บข้อมูลเป็นอย่างดี สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ และมีความโปร่งใส
  • ดำเนินธุรกิจตามหลักจริยธรรม
  • มุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน
  • มั่นใจในความปลอดภัยของอาหาร
  • ไม่มีการดัดแปลงพันธุกรรม

องค์ประกอบของระบบบริหารจัดการแบบเซสปรี®คือ:

  • โปรแกรมการจัดการ KiwiGreen คือ โปรแกรมการปฏิบัติที่สนับสนุนการใช้วิธีการควบคุมวัชพืชและศัตรูพืชโดยธรรมชาติ
  • ระบบวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (Hazard Analysis and Critical Control Points: HACCP) คือ ระบบที่ใช้ในการบ่งชี้และควบคุมสสารที่อาจก่อให้เกิดโรค
  • ระบบการจัดการบริหารสภาพแวดล้อม คือ โปรแกรมที่ส่งเสริมการผลิตที่มีความรับผิดชอบต่อสภาพแวดล้อม สงวนรักษาและนำทรัพยากรมาหมุนเวียนใช้ต่อ และป้องกันมลพิษ


ระบบการปฏิบัติที่โปร่งใสตามหลักจริยธรรมเป็นส่วนที่มีความสำคัญต่อระบบบริหารจัดการแบบเซสปรี นำมาซึ่งความภูมิใจในการดำเนินธุรกิจตามหลักจริยธรรม ความซื่อสัตย์และเที่ยงตรง ด้วยเหตุนี้ จึงมั่นใจได้ว่า เซสปรีกีวีทุกผลผ่านการเพาะปลูกด้วยวิธีการที่ดีที่สุด อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการและปลอดภัยต่อการบริโภค


การพัฒนาอย่างยั่งยืน

อุตสาหกรรมผลกีวีของประเทศนิวซีแลนด์มีประวัติศาสตร์การปลูกร่วมกับธรรมชาติยาวนานมากว่า 100 ปี ทำให้เราสามารถส่งมอบผลกีวี คุณภาพพรีเมี่ยม ให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายและอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ สู่มือผู้บริโภคทั่วทุกมุมโลก

Sustainability

Sustainability2

Sustainability3

  • เซสปรี®และกลุ่มอุตสาหกรรมผลกีวีมุ่งมั่นที่จะถ่ายทอดหลากหลายนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ความมุ่งเน้นที่เรามีต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนทำให้เรายังคงมีแรงขับเคลื่อน ด้วยเราตระหนักรู้ความจำเป็นในการใส่ใจสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น ทำให้มั่นใจได้ว่าเซสปรีจะดูแลทรัพยากรอันยิ่งใหญ่นี้ตลอดไป
  • ระบบบริหารจัดการแบบเซสปรีเป็นลักษณะของโซ่อุปทานครบวงจร (end-to-end supply chain) เป็นการสร้างความแข็งแกร่งตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการเพาะปลูก เพื่อให้ได้ผลเซสปรีกีวีคุณภาพเยี่ยม และเป็นระบบที่แสดงให้เห็นกระบวนการการดูแลอย่างทั่วถึงทั้งระบบเบื้องหลังการเพาะปลูก จนถึงกระบวนการส่งมอบผลกีวีพรีเมี่ยมของเรา
  • เซสปรีกีวีทำงานร่วมกับสถาบันวิจัยชั้นนำและคู่ค้าทางธุรกิจหลายฝ่ายเพื่อทำความเข้าใจและปรับปรุงสถานะด้านสิ่งแวดล้อมอย่างไม่หยุดยั้ง
  • ทีมงานที่ทำงานร่วมกันแบบข้ามสายงานในอุตสาหกรรมของเรายังเดินหน้าต่อไปเพื่อประเมินความไปไปได้ในการริเริ่มกิจกรรมต่างๆ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงเร่งดำเนินการในทุกขั้นตอนของวงจรชีวิตของผลกีวีของเรา

เซสปรีกีวียึดมั่นในการสร้างอนาคตที่ดีกว่า


นวัตกรรม

ปัจจุบันนี้ ความสำเร็จของเซสปรีในตลาดผลกีวีระดับโลกเป็นผลจากความยึดมั่นที่เรามีต่อการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง การก่อเกิดนวัตกรรมใหม่ๆ และความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศของเรา

Innovation1

Innovation3

Zespri-System3

ในช่วงทศวรรษที่ 1970 เกษตรกรผู้เพาะปลูกผลกีวีในประเทศนิวซีแลนด์ได้เริ่มต้นทำการทดลองเพาะปลูกผลกีวีสีทองด้วยวิธีการพัฒนาทางธรรมชาติ มีการนำเข้าเมล็ดพันธุ์นี้จากประเทศจีน คัดสรรต้นกีวีตัวเมียมาเพาะปลูกเพื่อให้ได้ผลกีวีเนื้อสีเหลืองที่มีรสชาติแสนอร่อย และนำไปผสมพันธุ์กับต้นกีวีตัวผู้ซึ่งผ่านการพิสูจน์แล้วว่าเหมาะกับการเพาะปลูกให้ได้ผลขนาดใหญ่และฉ่ำน้ำ

ในปี ค.ศ. 1992 สายพันธุ์รุ่นลูกหลานสายพันธุ์หนึ่งได้รับการคัดเลือกและบ่มเพาะได้เป็นผลกีวีสีทอง จนเป็นที่รู้จักกันในชื่อ เซสปรีโกลด์กีวี

ทีมนวัตกรรมของเซสปรีได้พัฒนาแนวนโยบายเชิงกลยุทธ์สำหรับโปรแกรมการวิจัยและพัฒนา (R&D) และได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับองค์กรการวิจัยชั้นนำของโลกด้วย

  • เซสปรีร่วมกับหน่วยงานวิจัยพันธุ์พืชและอาหาร (Plant & Food Research) ได้จัดทำโปรแกรมการเพาะเลี้ยงผลกีวีด้วยวิธีธรรมชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
  • ความหลากหลายของสายพันธุ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตผ่านการพัฒนานี้จะทำให้เราได้ผลกีวีที่มีรสชาติ สี และขนาดที่แตกต่างกันไป เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคแต่ละกลุ่มได้ดียิ่งขึ้น
  • เซสปรีร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มเครือข่ายผู้เพาะปลูกเพื่อถ่ายทอดความรู้ ความเชี่ยวชาญทางการเกษตร และพัฒนาและจัดเตรียมความพร้อมในการนำวิธีการเพาะปลูกที่ยั่งยืนไปปฏิบัติใช้ในสวนผลไม้
  • บรรดาผู้เพาะปลูกที่มีความคิดริเริ่มในการสร้างนวัตกรรมใหม่ได้เริ่มต้นกิจกรรมการพัฒนาอย่างยั่งยืนไปบ้างแล้ว เช่น การฟื้นฟูไม้พื้นเมืองและพื้นที่ที่น้ำท่วมขัง เพื่อดึงดูดบรรดานกและสัตว์ป่าให้กลับมายังสวนผลไม้ วิธีการนี้ถือเป็นการควบคุมจัดการศัตรูพืชตามธรรมชาติ
  • นอกจากนี้ยังมีการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำตามธรรมชาติเพื่อการทดน้ำและการป้องกันจากการถูกปกคลุมด้วยน้ำค้างแข็งอีกด้วย