เซสปรีคือใคร

วิสัยทัศน์

เซสปรีมีวิสัยทัศน์ที่จะ “เป็นที่ยอมรับในฐานะผู้นำระดับโลกด้านผลกีวี” และเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านผลกีวีนี้ เซสปรีทุ่มเทกับการส่งมอบผลิตภัณฑ์อันเยี่ยมยอดอย่างหาที่เปรียบมิได้ ภายใต้แบรนด์ที่ใส่ใจในมุมมองของผู้บริโภคเป็นหลัก เซสปรีทุ่มเทเพื่อให้เกิดสายสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า รวมถึงเพื่อก่อเกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ผ่านการเสาะแสวงหาผลกีวีที่ดียอดเยี่ยมจากทั่วทุกมุมโลกด้วยการใช้ต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

vision02

เนื่องจากเซสปรีมุ่งหวังที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์ผลกีวีสู่มือผู้บริโภคทั่วโลกตลอดทั้งฤดูกาล เราจึงรวบรวมบรรดาพันธมิตรผู้ชำนาญการเพาะปลูกผลกีวีจากทั่วทุกมุมโลกเข้ามาร่วมงานกัน

growers

เซสปรีพยายามอย่างยิ่งในการเลือกใช้วิธีการที่ดีที่สุดในทุกกระบวนการผลิต เราทุ่มเทเพื่อเป็นธุรกิจที่ยั่งยืนและผู้นำการตลาดในอุตสาหกรรมผลกีวี

เซสปรีให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก เราพร้อมรับประกันได้ว่าผลกีวีของเซสปรีผ่านการเพาะปลูกด้วยกรรมวิธีที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับที่น้อยที่สุด

vision01

เหนือสิ่งอื่นใด เซสปรีมุ่งเน้นที่จะสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้บริโภค ด้วยการส่งมอบผลกีวีที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ เปี่ยมด้วยรสชาติที่แสนอร่อย และปลอดภัยมากที่สุดในโลกสู่มือผู้บริโภค


ประวัติความเป็นมา

อุตสาหกรรมผลกีวีของประเทศนิวซีแลนด์เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันน่าสนใจ มาร่วมศึกษาต้นกำเนิดของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการชนิดนี้ก่อนที่จะเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “ผลกีวี” กันเถอะ

อุตสาหกรรมผลกีวีของประเทศนิวซีแลนด์เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันน่าสนใจ มาร่วมศึกษาต้นกำเนิดของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการชนิดนี้ก่อนที่จะเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “ผลกีวี” กันเถอะ

1904มิสอิซาเบล เฟรเซอร์ อาจารย์ใหญ่ของวิทยาลัยหญิงล้วนแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า วังกานุย เป็นผู้นำเมล็ดพันธุ์ของผลกีวีกลับเข้ามาในประเทศนิวซีแลนด์ มิสอิซาเบลได้รับเมล็ดพันธุ์นี้มาจากคณะมิชชันนารีที่น้องสาวของตนเองร่วมอยู่ในหุบเขาแยงซีของประเทศจีน มิสอิซาเบลได้ยกเมล็ดพันธุ์กีวีนั้นให้แก่โทมัส แอลลิสันผู้ดูแลสวนผลไม้ และเขาได้ส่งต่อเมล็ดพันธุ์นั้นให้แก่อเล็กซานเดอร์ พี่ชายของเขาอีกต่อหนึ่ง

1910มีบันทึกระบุว่าเถากีวีแห่งแรกในประเทศนิวซีแลนด์ที่ผลิดอกออกผลอยู่ในที่ดินของ อเล็กซานเดอร์ แอลลิสัน ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองวังกานุย

1924นักเพาะชำพันธุ์พืชชื่อ เฮย์เวิร์ด ไรท์ ชาวเมืองโอ๊คแลนด์ ได้พัฒนาสายพันธุ์ผลกีวีที่มีเนื้อสีเขียวสด อันเป็นต้นกำเนิดของชื่อสายพันธุ์ดังกล่าว และกลายเป็นสายพันธุ์ที่มีการนำไปเพาะปลูกอย่างแพร่หลายมากที่สุดทั่วโลก

1952จิม แมคลอเลน และเกรเฮม เบย์ลิส ส่งออกผลกีวีเพื่อจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ด้วยเรือสินค้าเป็นครั้งแรก โดยส่งไปยังประเทศอังกฤษจำนวน 13 ตัน

1959-yangtaoแต่เดิมผลกีวีมีชื่อเรียกว่า “ยัง เทา” หรือ “กูสเบอร์รี่จีน” แต่เนื่องจากผู้เพาะปลูกที่เป็นคนท้องถิ่นต้องการให้ผลไม้ชนิดนี้มีชื่อเรียกใหม่ตามนกกีวีที่มีขนสีน้ำตาลที่แสนนุ่ม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติของประเทศนิวซีแลนด์ จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของชื่อใหม่ที่เรียกว่า “ผลกีวี” หรือ “กีวีฟรุ๊ต”

1970มีการจัดตั้งหน่วยงานควบคุมการออกใบอนุญาตเพื่อการดำเนินกิจกรรมทางการตลาดสำหรับผลกีวี (Kiwifruit Marketing Licensing Authority) ขึ้นเพื่อให้อำนาจการควบคุมแก่ผู้เพาะปลูกผลกีวีภายใต้โครงสร้างอุตสาหกรรมและเพื่อวางกฎเกณฑ์การดำเนินกิจกรรมของผู้ส่งออก โครงสร้างนี้ช่วยจัดทำมาตรฐานการแบ่งระดับผลิตภัณฑ์รวมถึงวิธีในการประสานงานเพื่อความรับผิดชอบทางการตลาดได้

1997เซสปรี กีวี (Zespri Kiwifruit) ซึ่งเป็นแบรนด์ของผลกีวีได้ถือกำเนิดขึ้น ด้วยความมุ่งมั่นของเซสปรีที่จะเพาะปลูกและจำหน่ายผลกีวีที่มีคุณภาพที่ดีที่สุด และเซสปรียังคงยึดมั่นในคำมั่นสัญญาดังกล่าวตราบจนทุกวันนี้

1999เซสปรี อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดตัวแนะนำ “เซสปรี โกลด์กีวี” ผลกีวี ที่มีรสชาติหวานกลมกล่อมเหมือนผลไม้เขตร้อน โดยมีเนื้อในเป็นสีเหลืองสดสู่ตลาดโลก และได้ปรับเปลี่ยนแบรนด์ผลกีวีสีเขียวจากสายพันธุ์เฮย์เวิร์ดจนเกิดเป็นแบรนด์ใหม่ที่มีชื่อว่า “เซสปรี กรีนกีวี”

2004อุตสาหกรรมผลกีวีของประเทศนิวซีแลนด์เฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี

2006ผลกีวีได้รับการขนานนามว่าเป็น “สุดยอดอาหาร” จากแรงสนับสนุนของหนังสือสุขภาพที่ชื่อว่า “SuperFoods Health Style” ซึ่งเขียนขึ้นโดยด็อกเตอร์สตีเฟ่น แพรต

2008ยอดการผลิตเซสปรีกีวีในประเทศนิวซีแลนด์พุ่งสูงขึ้นถึง 100 ล้านถาด